“ทูตจีน” โต้ “ทูตสหรัฐ” หลังถูกสหรัฐพาดพิงอุยกูร์ กลางเวทียูเอ็น

daily news content

ทูตจีนตอบโต้ถูกทูตสหรัฐพาดพิงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อุยกูร์ในซินเจียง ขณะอธิบายประสบการณ์เหยียดเชื้อชาติ
การประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) เมื่อวันศุกร์ (19 มี.ค.) ตามเวลาสหรัฐ ในวาระวันขจัดการเลือกปฏิบัติด้านเชื้อชาติ นางลินดา โทมัส กรีนฟิลด์ ทูตสหรัฐที่เป็นผู้หญิงผิวดำ และบอกว่าตนเองเป็นลูกหลานทาส กล่าวกับที่ประชุมว่า การเหยียดเชื้อชาติยังมีอยู่ต่อเนื่อง เป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นในทุกวันทุกที่ และสำหรับคนอีกหลายล้านคน นี่เป็นยิ่งกว่าความท้าทาย เพราะเป็นเรื่องของความเป็นความตาย

“อย่างในพม่า ที่ชาวโรฮิงญาและอื่นๆ ถูกกดขี่ ล่วงละเมิด และสังหารอย่างไม่อาจระบุจำนวนได้ หรือในจีนที่รัฐบาลกระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติกับชาวอุยกูร์ และกลุ่มชาติพันธุ์ศาสนากลุ่มน้อยอื่นๆ ในซินเจียง”

ทูตสหรัฐเล่าประสบการณ์การเหยียดผิวที่เคยเจอสมัยเป็นพี่เลี้ยงเด็ก เคยถูกเด็กถามว่าเป็นนิโกรใช่หรือไม่ เพราะพวกเขาเคยได้ยินพ่อเรียกเธอแบบนั้น

ทั้งนี้ การที่ตำรวจสังหารนายจอร์จ ฟลอยด์ ในรัฐมินเนโซตา เมื่อเดือน พ.ค.ปีก่อน รวมทั้งที่อื่นๆ จุดประกายให้เกิดการประท้วงทั่วประเทศต่อต้านการเหยียดผิวและใช้กำลังเกิดกว่าเหตุของตำรวจเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา

“เรามีข้อบกพร่องอย่างมาก บกพร่องอย่างร้ายกาจ แต่เราก็พูดถึงมัน เราทำงานเพื่อแก้ไขมัน และเราเดินหน้ากดดันด้วยหวังว่าประเทศชาติจะดีกว่าที่เป็นอยู่” นางโทมัส กรีนฟิลด์ กล่าวถึงการโจมตีในรัฐจอร์เจียเป็นเหตุให้ประชาชนเชื้อสายเอเชียเสียชีวิต 6 คน

ด้านนายไท่ ผิง ผู้ช่วยทูตจีนประจำยูเอ็น ตอบโต้ว่า การที่นางโทมัส กรีนฟิลด์ยอมรับว่ามีการเพิกเฉยต่อสิทธิมนุษยชนในประเทศของเธอ ไม่ได้เป็นใบอนุญาตให้สหรัฐยกตนข่มท่านไปเที่ยวสั่งสอนประเทศอื่น

“ถ้าสหรัฐเป็นห่วงเรื่องสิทธิมนุษยชนจริง ก็ควรแก้ปัญหาที่หยั่งรากลึกอยู่ในประเทศ ทั้งการเลือกปฏิบัติด้านสีผิว ความอยุติธรรมทางสังคม และตำรวจใช้กำลังรุนแรง” นายไท่กล่าวกับสมาชิกยูเอ็นจีเอ 193 ประเทศ

ที่ผ่านมาจีนถูกประณามอย่างมากเรื่องการกดขี่ชาวมุสลิมอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ในเขตซินเจียง โดยจีนอ้างว่า นำไปเข้าค่ายฝึกอาชีพเพื่อขจัดแนวคิดสุดโต่ง ไม่ได้มีการล่วงประเมิดชาวอุยกูร์แต่อย่างใด ซึ่งนายไท่ย้ำว่า ไม่มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในซินเจียง

ความขัดแย้งระหว่างทูตทั้งสองตอกย้ำความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหนึ่งวันหลังวอชิงตันกับปักกิ่งจัดประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงครั้งแรกนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน รับตำแหน่งในเดือน ม.ค.

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/928375