จับตาประชุมเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย มี.ค. นี้ กดดันเงินบาทแข็งค่า

ข่าวล่าสุด

แบงก์ประเมินกรอบเงินบาทเคลื่อนไหว 32.80-33.30 บาทต่อดอลลาร์ จับตาประชุมเฟดปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกติ ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย-ลดงบดุล ประเมินโฟลว์ไหลเข้าตลาดบอนด์-เทขายหุ้น หลังรัฐผ่อนคลายเปิดรับนักท่องเที่ยว

วันที่ 23 มกราคม 2565 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 24-28 มกราคม 65) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.80-33.30 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตามอง จะเป็นการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะเป็นครั้งสำคัญที่เฟดจะสื่อถึงเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมนี้

โดยตลาดจะดูว่าที่ประชุม FOMC มีความกังวลต่อตัวเลขเงินเฟ้อยังไง และการขึ้นดอกเบี้ยจะเยอะขนาดไหน รวมถึงประเด็นการลดงบดุลมีการพูดคุยกันในระดับใด

นอกจากนี้ยังมีตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 ซึ่งตัวเลขอาจจะล่าช้า โดยตลาดจับตาดูตัวเลข PCE ซึ่งหากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นจะเป็นประเด็นสำคัญ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ จะเป็นตัวเลขภาคการผลิตและบริการ (PMI) ในยุโรป ซึ่งคาดว่าตัวเลขน่าจะออกมาไม่ได้แย่มาก

“ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าประชุมเฟดจะออกมาโทนไหน จะมีการสื่อสารถึงการขึ้นดอกเบี้ยเดือนมี.ค.นี้หรือไม่ หากไม่มีการสื่อสารอะไรเลยดอลลาร์อาจจะอ่อนค่าได้ แต่เชื่อว่าโทนการสื่อสาร คือ การขึ้นดอกเบี้ยน่าจะเกิดขึ้น โดยจะมีเรื่องของงบดุลและกังวลเงินเฟ้อขนาดไหน ซึ่งจะเห็นดอลลาร์แข็งค่าได้”

สำหรับทิศทางกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นพบว่า ตลาดหุ้นขายสุทธิ 4,400 ล้านบาท ซึ่งผันผวนตามตลาดโลก ขณะที่พันธบัตรรัฐบาล (บอนด์) ซื้อสุทธิราว 3.14 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากมีการประมูลบอนด์ รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) ปรับตัวขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนเข้ามาซื้อบอนด์มากขึ้น

“กรอบเงินบาทยังคงแข็งค่า โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาโฟลว์ไหลเข้าเพราะมีมุมมองบวกหลังรัฐบาลผ่อนคลายเรื่อง Test & Go ส่วนแนวโน้มโฟลว์สัปดาห์หน้าหุ้นยังคงเห็นบรรยากาศซื้อ-ขายสลับกัน โดยเห็นโฟลว์เข้าไม่เยอะ ส่วนบอนด์หากบอนด์ยีลด์ย่อตัวลงจะเห็นนักลงทุนไม่ได้ซื้อเพิ่ม เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมาอัดเข้ามาเยอะมากและไม่ได้มีการประมูลบอนด์ด้วย”

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้าอยู่ที่ 32.80-33.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยจุดสนใจสำคัญสำหรับตลาดการเงินโลกอยู่ที่การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งตลาดรอดูสัญญาณการปรับนโยบายเข้าสู่ภาวะปกติ

โดยนักลงทุนคาดไว้ว่าในไตรมาสนี้ มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) จะจบลง และตามด้วยการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมและ สำหรับทั้งปีนี้ขึ้นทั้งหมด 4 ครั้ง ครั้งละ 0.25% รวมถึงการลดขนาดงบดุลจะเกิดขึ้นในปีนี้เช่นกัน

“ต้นปีนี้เงินบาทแข็งค่าสุดในกลุ่ม เนื่องจากตลาดมองข้ามโอมิครอน และมีความหวังเรื่องเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในปีนี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าการซื้อขายจะเป็นไปอย่างผันผวน ท่ามกลางการคุมเข้มนโยบายของเฟด และถ้าดูจากบอนด์ยีลด์ซึ่งขึ้นมารอรับข่าวแล้ว

ดังนั้น ความผันผวนของตลาดหุ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับดอลลาร์ ถ้าหุ้นผันผวนสูง ดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นต่อได้ โดยโฟลว์ในตลาดหุ้นจะเห็นแรงเทขาย แต่บอนด์ คาดว่ายังเป็นซื้อสุทธิอยู่”

อ้างอิง
https://www.prachachat.net/finance